สิงคโปร์คุมเข้มนักเดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง
สิงคโปร์ : เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายลอเรนซ์ หว่อง รมว.กระทรวงพัฒนาแห่งชาติสิงคโปร์จะบล็อกไม่ให้มีการเข้าประเทศ หรือทรานสิทกับนักเดินทางที่มีประวัติเดินทางไปอิหร่าน อิตาลีตอนเหนือ และเกาหลีใต้ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด -19
โดยรมว.หว่อง ซึ่งเป็นประธานร่วมของหลายกระทรวงที่เป็นคณะทำงานต้านโควิด-19 ระบุว่า มาตรการที่จะมีผลในวันที่ 4 มี.ค. เป็นมาตรการเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะใน 3 ประเทศกลุ่มเสี่ยง
“ เราได้จับตาดูสถานการณ์ไวรัสอย่างใกล้ชิดมากๆ และอย่างที่คุณทราบ มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ และสิงคโปร์ ซึ่งมีขนาดเล็ก และเป็นเมืองที่เชื่อมต่อกับโลก กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากผู้ติดเชื้อที่เข้าประเทศมา ” เขากล่าวในการแถลงข่าว
โดยที่มีผลในทันทีคือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะระงับการออกวีซ่าใหม่ทุกรูปแบบให้กับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางอิหร่าน โดยจะมีการระงับวีซ่าวีซ่าทั้งระยะสั้นและทุกรูปแบบที่ออกให้ก่อนหน้านี้กับผู้ถือหนังสือเดินทางอิหร่านเช่นกัน ทำให้พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศสิงคโปร์ในช่วงเวลานี้
ทั้งนี้ นักเดินทางจากอิตาลีและเกาหลีใต้จะไม่ได้วีซ่าเข้าสิงคโปร์
โดยกลุ่มคนดังต่อไปนี้จะต้องกักตัวเองอยู่แต่ในบ้านตามคำสั่งกักตัว เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.
- พลเมืองสิงคโปร์และผู้อาศัยถาวรที่มีประวัติการเดินทางไปอิหร่าน อิตาลีตอนเหนือ หรือเกาหลีใต้ภายใน 14 วันล่าสุด
- ผู้ที่มีใบอนุญาต ( ทั้งใบอนุญาตทำงาน ศึกษา และอยู่อาศัยระยะยาว) ซึ่งมีประวัติเดินทางไปอิหร่าน อิตาลีตอนเหนือ หรือเกาหลีใต้ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา
นักเดินทางกลุ่มนี้ต้องกักบริเวณตัวเองอยู่ที่บ้านตลอดเวลานานสองสัปดาห์หลังจากกลับถึงสิงคโปร์แล้ว
ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 3 มี.ค. กระทรวงสาธารณสุขยังประกาศขยายคำจำกัดความของผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ คือมีอาการปอดอักเสบ หรือมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หายใจลำบาก และเคยมีประวัติเดินทางไปอิหร่าน อิตาลีตอนเหนือ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในช่วง 14 วันที่ผ่านมาก่อนแสดงอาการ
เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค. นักเดินทางที่เข้าประเทศสิงคโปร์ที่มีไข้และมีอาการทางระบบหายใจอื่นๆ แต่ไม่ได้เข้าเกณฑ์ต้องสงสัยต้องรับการตรวจทดสอบโควิด -19 ที่จุดตรวจ
“ เราทราบว่ามาตรฐานการวัดอุณหภูมิร่างกายอย่างเดียวไม่เพียงพอ” เขากล่าว
พวกเขาอาจเดินทางทันทีหลังได้รับการตรวจทดสอบ แต่ระหว่างรอผลตรวจ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 – 6 ชม. ขอให้พวกเขาลดการติดต่อกับผู้อื่นให้น้อยที่สุด
พวกเขาจะได้รับการติดต่อหลังผลตรวจออกมา และผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวกจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในรถพยาบาลที่จัดไว้ ขณะที่ผู้ที่เข้าเกณฑ์ต้องสงสัยจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยตรง
ผู้ที่เดินทางระยะสั้นที่ต้องตรวจทดสอบ แต่ปฏิเสธการตรวจจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสิงคโปร์ ขณะที่ผู้อาศัยถาวรในสิงคโปร์และผู้มีใบอนุญาตอยู่อาศัยระยะยาว ที่ปฏิเสธการตรวจจะมีปัญหาในการเข้าเมือง และเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน หรือลดระยะเวลาให้สั้นลง
กระทรวงสาธารณสุขระบุว่านักเดินทางทุกคน รวมถึงชาวสิงคโปร์ ที่ไม่ปฏิบัติตามการตรวจทดสอบ หรือไม่สามารถติดต่อได้ในเวลาต่อมาจะถูกปรับ และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโรคติดต่อร้ายแรง
“ ผู้ที่มีผลตรวจเป็นลบ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะติดเชื้อ ดังนั้น นักเดินทางที่มีผลตรวจเป็นลบควรลดการติดต่อกับผู้อื่นให้น้อยที่สุด และพบแพทย์หากมีอาการภายใน 3 วัน ” กระทรวงระบุ.