รถไฟลาว – จีนสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ลาว

ตั้งแต่เดือนธ.ค.ปี 2559 หรือประมาณครึ่งปีที่เริ่มก่อสร้างทางรถไฟจีน – ลาว หลายพื้นที่ในลาวดูจะมีความเปลี่ยนแปลงไปมาก
รถไฟความเร็วสูงจีน – ลาวเริ่มสร้างตั้งแต่ช่วงพรมแดนของสองประเทศคือ ด่านบ่อเต็นของลาวที่ติดกับด่านโมฮันของจีน โดยจะมีความยาวประมาณ 400 ก.ม.ถึงกรุงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาว ด้วยความเร็ว 160 ก.ม.ต่อชั่วโมง และมากกว่า 60% ของเส้นทางรถไฟเป็นสะพานและอุโมงค์
โดยการก่อสร้างทางรถไฟมีกำหนดเสร็จสมบูรณ์ภายใน 5 ปีด้วยจำนวนเงินลงทุน 37,400 ล้านหยวน ( 5,560 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) และเป็นโครงการการลงทุนขนาดใหญ่ที่สุดของจีนในลาวจนถึงขณะนี้
นี่เป็นโครงการเส้นทางรถไฟต่างประเทศสายแรกที่เชื่อมต่อกับระบบรถไฟในจีนที่ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ของจีนทั้งหมด โดยรถไฟความเร็วสูงจีน – ลาวเป็นโครงการทางยุทธศาสตร์สำคัญซึ่งประสบผลสำเร็จและได้รับการส่งเสริมโดยผู้นำของทั้งสองประเทศ เป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อระหว่างจีนกับลาว และเป็นโครงการสำคัญในนโยบาย Belt and Road ของจีน
ภายใน 6 เดือนแรกของการก่อสร้าง บริษัทของจีนได้สร้างถนนตัดผ่านป่าไม้และขุดอุโมงค์ทะลุภูเขาหลายลูกในลาว
โดยการก่อสร้างในส่วนที่ 8 อยู่ในพื้นที่เมืองหลวงพระบางเลียบแม่น้ำโขง อยู่ห่างจากกรุงเวียงจันทน์ 220 ก.ม. เนื่องจากมีแม่น้ำโขงล้อมรอบ ทำให้เกิดเป็นพื้นที่คาบสมุทรที่ล้อมด้วยน้ำและภูเขา ไม่มีโรงงานผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ สภาพการอยู่อาศัยและการผลิตเป็นเรื่องยาก ต้องขอบคุณทีมก่อสร้างของจีน ที่ทำให้พื้นที่นี้ถูกเชื่อมต่อกับเครือข่ายการจ่ายไฟฟ้าเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่กันดารเข้าสู่ยุคของความเจริญทางพลังงานได้
ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ การสร้างถนนสายใหม่ๆที่ตัดผ่านป่าไม้ทางตอนเหนือของลาว
ในพื้นที่เมืองไซย – หลวงพระบาง ถนนสายหลักของจังหวัดสาย 1801 เคยเป็นถนนแคบๆและมีแต่ฝุ่นบนเส้นทางที่คดเคี้ยว หลังจากถูกรวมอยู่ในพื้นที่การก่อสร้างทางรถไฟจีน – ลาว ทางทีมก่อสร้างของจีนได้ขยายถนนและลดช่วงโค้งคดเคี้ยวของถนนลง ตอนนี้พื้นผิวถนนก็มีหินทรายและยางมะตอยมาเททับ
นอกจากนี้ บริษัทที่ทำการก่อสร้างทางรถไฟของจีนยังได้บริจาคเงินช่วยเหลือหมู่บ้านในท้องถิ่นเพื่อสร้างสะพานหลายแห่งและถนนหลายสายที่อยู่นอกเหนือจากโครงการ
ทั้งนี้ รัฐบาลลาวหวังว่าเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์จะช่วยทำให้พื้นที่ของลาวมีโมเมนตัมที่ทรงพลัง ช่วยพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ และนำความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกมาสู่ลาว
ในการพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงที่กรุงปักกิ่งระหว่างการประชุม Belt and Road ประธานาธิบดีบุนยัง วอละจิดกล่าวชื่นชมความสำเร็จในความร่วมมือทวิภาคี โดยแสดงความพอใจในความก้าวหน้าของโครงการภายใต้นโยบาย Belt and Road Imitiative.