เวียดนามโวยสร้างเขื่อนแม่น้ำโขง

ผลการศึกษาสร้างเขื่อน 11 แห่งกั้นแม่น้ำโขงตอนล่างของลาว เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ามีผลกระทบต่อเวียดนามมากที่สุด รองลงมาเป็นกัมพูชาทั้งแหล่งน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่า หลังจากที่จีนลุยสร้างเขื่อนต้นน้ำแม่โขงไปแล้ว
สำนักข่าวเอพี รายงานเมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่าเวียดนามได้คาดการณ์ถึงผลกระทบที่เลวร้ายต่อสิ่งแวดล้อมในแถบลุ่มแม่น้ำโขงและเศรษฐกิจในภูมิภาคถ้าเขื่อน 11 แห่งที่มีแผนจะสร้างตามลุ่มน้ำโขงตอนล่างได้รับการเดินหน้าก่อสร้างจริงๆ ตามแผน โดยมี สปป.ลาว ที่มีแผนก่อสร้างเขื่อนแห่งใหม่ในแถบแม่น้ำโขงตอนล่างมากแห่งที่สุด เพราะต้องการส่งออกไฟฟ้าพลังงานน้ำและยึดการส่งออกไฟฟ้าพลังงานน้ำเป็นเสาหลักพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยของภูมิภาคเอเชีย
คำเตือนถึงผลกระทบจากแผนการสร้างเขื่อนดังกล่าว เป็นผลมาจากการศึกษาวิจัยที่ทำมานานกว่า 2 ปี 6 เดือน ซึ่งเวียดนามยื่นเสนอต่อคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงที่ประกอบด้วยไทย เวียดนาม กัมพูชาและ สปป.ลาว
คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ใจความว่า การศึกษาวิจัยผลกระทบการสร้างเขื่อนข้างต้นที่รวมทั้งรายงานประเมินผลกระทบจำนวน 800 หน้า บ่งชี้ว่า ถ้ามีการสร้างเขื่อนทั้งหมด 11 แห่งจริงก็จะส่งผลกระทบอันเลวร้ายในระดับสูงถึงสูงมากต่อบางเซ็คเตอร์ที่สำคัญรวมทั้งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติในกัมพูชาและเวียดนาม
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อไกล่เกลี่ยปัญหาพิพาทเรื่องน้ำของกลุ่มประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง ได้พิจารณารายงานการศึกษานี้ในฐานะเป็นเอกสารภายในและจะยังไม่มีการเผยแพร่ อีกทั้งเวียดนามก็ยังไม่ได้เผยแพร่รายงานการศึกษาวิจัยสู่สาธารณะด้วย
คณะกรรมาธิการฯ ระบุต่อไปด้วยว่ารายงานวิจัยของเวียดนามจะมีส่วนช่วยเสริมการศึกษาวิจัยของคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งได้เริ่มทำการวิจัยเรื่องเดียวกันตั้งแต่ปี 2554 และคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปีหน้าด้วย
ปัจจุบัน กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่กำลังเผชิญปัญหาภัยแล้งรุนแรงนับเป็นสถิติเนื่องจากปรากฎการณ์เอลนีโญ ส่วนเจ้าหน้าที่ในเวียดนามระบุก่อนหน้านี้ว่าเขื่อนหลายแห่งของจีนในแม่น้ำโขงตอนบนทำให้ผลกระทบยิ่งหนักหนาสาหัสขึ้น.