ลาวสั่งห้ามส่งออกไม้

กระทรวงอุตสาหกรรม และพาณิชย์ของลาวสั่งห้ามส่งออกไม้ซุง และต้นไม้จากป่าที่ไม่ได้แปรรูปตามคำสั่งของรัฐบาล
คำสั่งนี้มีขึ้นเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ไม้ โดยต้องผ่านการแปรรูปในประเทศก่อนที่จะส่งออก
ไม้ที่ถูกตัดเพื่อนำไปใช้ในใครงการต่างๆ เช่น การทำเหมืองแร่ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ จะผ่านการประมูลแบบเปิดเพื่อขายให้กับโรงงานไม้แปรรูปในประเทศ จากนั้นเมื่อผ่านการแปรรูปแล้วจึงจะสามารถส่งออกได้
ต้นไม้ที่ถูกตัดจากป่าที่ปลูกโดยคนในท้องถิ่น หรือบริษัทใดๆก็ต้องถูกนำเข้ากระบวนการแปรรูปในประเทศด้วย
อย่างไรก็ตามจะอนุญาตให้ส่งออกไม้ได้ในกรณีที่ผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่แล้ว
ทางกระทรวงยังได้ให้เวียงจันทน์เป็นเขตตรวจสอบโรงงานแปรรูปไม้ข้ามประเทศเพื่อให้มั่นใจว่า จะได้ไม้คุณภาพดีตามมาตรฐานของกระทรวง หากโรงงานใดไม่มีคุณภาพตามมาตรฐาน จะถูกสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ก่อนจะอนุญาตให้ดำเนินการต่อได้
โดยในเรื่องนี้ ผู้มีอำนาจจะกำหนดกรอบเวลาในการปรับปรุงแก้ไข และรายงานความก้าวหน้าต่อกระทรวง
การสั่งห้ามนี้เกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ประกอบการโรงงานไม้แปรรูปในประเทศที่ประสบปัญหาขาดแคลนไม้ และเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มโควต้าไม้ เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตขึ้นในผลิตภัณฑ์ไม้แปรรูป
เจ้าหน้าที่จากสมาคมเฟอร์นิเจอร์ลาวกล่าวว่า หลายเดือนนี้ บริษัทผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์หลายรายต้องหยุดดำเนินการเนื่องจากขาดแคลนไม้
เพื่อแก้ไขปัญหานี้
นายบุญเพ็ง เพ็งสีสวัด ตัวแทนสมาคม กล่าวว่า ทางสมาคมได้ร้องขอโควต้าไม้ประจำปีเพิ่มจากรัฐบาลอีก 30% เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ แต่ข้อเรียกร้องนี้ยังไม่เป็นผล
ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์หลายราย โดยเฉพาะในเวียงจันทน์ ยังคงเปิดดำเนินการอยู่ โดยการสั่งซื้อไม้จากป่าที่ปลูกเพื่อการค้า แทนการใช้ไม้จากโควต้าของรัฐบาล
นายบุญเพ็งกล่าวว่า การขาดแคลนไม้สร้างปัญหาแก่ทางสมาคมมาก เนื่องจากผู้ผลิตกำลังขยายตลาดลูกค้า มีความต้องการเฟอร์นิเจอร์ไม้สูงทั้งในลาว และตลาดต่างประเทศ แต่วัตถุดิบมีจำกัด ตลาดจีนเป็นตลาดที่ทางสมาคมให้ความสำคัญ แต่ยังคงผลิตได้ไม่ทันกับตามความต้องการ
อย่างไรก็ตามทางสมาคมมองในแง่บวกว่า การสั่งห้ามส่งออกไม้นี้จะช่วยเพิ่มจำนวนวัตถุดิบในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์จากไม้อื่นๆในลาวได้ดีขึ้น