เวียดนามติดเชื้อเกิน 5 พันคน หลังระบาดรอบ 4
ฮานอย – เมื่อวันที่ 22 พ.ค. เวียดนามรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 52 ราย รวมถึงเด็กชาวอินเดียวัย 5 ปี 2 รายที่ถูกกักตัวทันทีที่เดินทางมาถึงกรุงฮานอย
โดยอีก 50 รายที่เหลืออยู่ใน 4 เมืองคือกรุงฮานอย (10 ราย) , แบคเกียง (34 ราย) , ฮุงเอียน (4) และหายเซือง (2) ทำให้ผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดในเวียดนามสูงถึง 5,013 ราย นับตั้งแต่เกิดการระบาดระลอกแรกต้นปีที่แล้ว
เวียดนามได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระลอก 4 ตั้งแต่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา และถือเป็นการระบาดครั้งที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดของโควิด-19
ไม่เหมือนกับการแพร่ระบาดในระลอกก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่ของการระบาดช่วงแรกของระลอก 4 อุบัติขึ้นในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่กักตัวครบ 14 วันแล้ว ที่น่ากังวลคือยังไม่สามารถระบุแหล่งการแพร่ระบาดแท้จริงได้
นอกจากนี้ ไวรัสที่กลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่สามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วขึ้นในหลายเมืองและจังหวัด โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรม
และนี่ยังเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1.5 ปีในการต่อสู้กับโรคระบาดที่ 10 สถานรักษาพยาบาลหลักแห่งชาติถูกล็อกดาวน์ในช่วงเวลาไม่ถึง 10 วันจากยอดผู้ติดเชื้อใหม่
นายกรัฐมนตรีฝั่มมิญจิ๊ญขอให้ทั้งระบบการเมืองและประชาชนมีความระวังตัวต่อการแพร่ระบาดระลอกใหม่นี้
โดยเขายังได้ขอให้ทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วนปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ด้วยจิตวิญญาณว่า “การต่อสู้กับโรคระบาดเหมือนการต่อสู้กับศัตรู” เรียนรู้จากประสบการณ์จากการระบาด 3 ระลอกก่อนหน้านี้ และปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัยของกระทรวงสาธารณสุขต่อไป
มีการแจ้งให้กระทรวง หน่วยงานและท้องถิ่นยกระดับการตรวจหาเชื้อเชิงรุก ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่จากคำแนะนำของกระทรวงสารสนเทศและสื่อสารเพื่อสู้กับโรคระบาด และเตรียมพร้อมด้านเวงชภัณฑ์และงบประมาณเพื่อการนี้
ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดระลอก 4 เจ้าหน้าที่ประจำพรมแดนและบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศทำงานหนักทั้งกลางวันกลางคืนในแนวหน้าเพื่อสอบสวนโรคและรักษาผู้ป่วย
“ทีมแพทย์และตรวจคนเข้าเมืองต้องทำงานยากขึ้นและเสี่ยงอันตรายมากขึ้นเพื่อสู้กับโรคระบาด ผมหวังว่าการระบาดจะยุติเร็วๆนี้ เพื่อทุกคนจะได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แทนที่จะต้องเครียดเหมือนทุกวันนี้” ชาวเมืองในกรุงฮานอยคนหนึ่งกล่าว
“ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการ และแพร่กระจายเชื้อไวรัสให้ชุมชน ควรถูกลงโทษอย่างเข้มงวด เพราะคนทั้งประเทศพยายามร่วมมือกันมาตลอด ”