‘ดูเตอร์เต’ สั่งฆ่ากบฎได้ถูกกฎหมาย

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. โฆษกของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตแห่งฟิลิปปินส์ระบุว่า เขามีคำสั่งให้สังหารกบฎติดอาวุธได้อย่างถูกกฎหมาย ขณะที่บรรดาผู้นำศาสนานิกายคาธอลิกประณามการสังหาร 9 นักเคลื่อนไหวในช่วงการปราบปรามผู้ต้องสงสัยว่าก่อความไม่สงบช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
กลุ่มสิทธิมนุษยชนไม่พอใจการเสียชีวิตของบรรดาคนที่พวกเขาระบุว่าเป็นนักเคลื่อนไหวถูกกฎหมายจากปฏิบัติการปราบปรามกลุ่มก่อความไม่สงบ สองวันหลังจากดูเตอร์เตสั่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงให้สามารถวิสามัญกบฎได้หากมีอาวุธ และจะไม่สนใจเรื่องสิทธิมนุษยชน
“ คำสั่ง ‘ฆ่า ฆ่า ฆ่า’ ของท่านประธานาธิบดีนั้นถูกกฎหมายเพราะเป็นการจัดการกับกบฎติดอาวุธ” แฮร์รี โร้ก โฆษกส่วนตัวของดูเตอร์เตระบุในการแถลงข่าว โดยเสริมว่ารัฐบาลจะดำเนินการสอบสวนในเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น
บรรดาบิช้อปนิกายคาธอลิกแห่งฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นกลุ่มศาสนาที่ทรงอิทธิพลในประเทศ ออกแถลงการณ์ประณามการใช้อาวุธอย่างไม่จำเป็นและความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน ‘วันอาทิตย์นองเลือด’ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา
โดยในวันนั้น พลโทอันโทนิโอ ปาร์ลาด ผบ.หน่วยต่อต้านกบฎกล่าวให้สัมภาษณ์สื่อว่า การบุกกวาดล้างเป็นปฏิบัติการที่ถูกกฎหมาย และทางการสืบค้นว่ามีการสะสมอาวุธและระเบิดในที่เกิดเหตุ
บรรดานักเคลื่อนไหวระบุว่า ปฏิบัติการปราบปรามครั้งนี้เหมือนเป็นการจำลองปฏิบัติการของตำรวจที่มีการวิสามัญประชาชนไปหลายพันคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสงครามปราบยาเสพติดของดูเตอร์เต ซึ่งตำรวจระบุว่าเหยื่อทุกคนมีอาวุธและขัดขืนการจับกุม
ทั้งนี้ หนึ่งในบรรดาผู้เสียชีวิต คือผู้ประสานงานของ Bagong Alyansang Makabayan ซึ่งเป็นกลุ่มฝ่ายซ้ายที่เรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการปราบปรามคอมมิวนิสต์ หรือผู้ก่อการร้าย ที่ย้อนไปเหมือนในสมัยอดีตผู้นำเผด็จการเฟอร์ดินันด์ มาร์กอส
โดยกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า แคมเปญการปรามปรามกลุ่มติดอาวุธของรัฐบาล ไม่มีการแยกกันอย่างชัดเจนระหว่างกลุ่มกบฎติดอาวุธ และบรรดานักเคลื่อนไหวอย่างสันติ หรือผู้นำแรงงานและกลุ่มปกป้องสิทธิมนุษยชน แต่เป็นการเหวี่ยงแห
หลังเข้ามามีอำนาจบริหารประเทศในปี 2559 ดูเตอร์เตมีความพยายามที่จะปราบกลุ่มกบฎคอมมิวนิสต์หลายต่อหลายครั้ง โดยมักจะขู่อยู่หลายครั้งว่าจะกำจัดให้หมด