เมียนมารัฐประหาร บุกคุมตัว‘ซูจี’

เช้าวันที่ 1 ก.พ. กองทัพเมียนมาประกาศภาวะฉุกเฉินนาน 1 ปีเต็ม และยึดอำนาจการปกครองประเทศจากรัฐบาลประชาธิปไตยของนางอองซานซูจี โดยมีการควบคุมตัวนางซูจีและผู้นำรัฐบาลคนอื่นๆไว้ได้ทั้งหมด
กองทัพชี้แจงว่า ได้ทำรัฐประหารและมีการควบคุมตัวผู้บริหารรัฐบาลทั้งหมด เพราะมีการโกงเลือกตั้งในเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว โดยพลเอกอาวุโสมินอ่องหล่าย ผบ.สูงสุดจะเป็นผู้นำเมียนมาและประกาศภาวะฉุกเฉินนาน 1 ปี แม้ก่อนหน้านี้ ตัวเขาเองเคยให้สัมภาษณ์ว่า จะไม่มีการทำรัฐประหารก็ตาม แต่ตัวเขาเองมีอายุ 65 ปีแล้ว จะเกษียณอายุราชการในเดือนก.ค. และอาจต้องการมีอำนาจในทางการเมืองแทน
แต่ก็มีการคาดการณ์กันว่า นายพลซอว์วิน ซึ่งเป็นรองผบ.สูงสุดและเป็นผบ.ทบ. คนปัจจุบันอาจได้รับการถ่ายโอนอำนาจและจะกลายเป็นผู้บริหารประเทศตัวจริงคนต่อไป
โทรศัพท์ในกรุงเนปิดอว์และย่างกุ้งถูกตัด และโทรทัศน์ของรัฐไม่มีการออกอากาศก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภาครั้งแรกในวันที่ 1 ก.พ.
นับตั้งแค่พรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตย หรือพรรค NLD ของนางซูจีชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว และพรรคการเมืองของทหารได้คะแนนเสียงลดลงอย่างชัดเจน นับเป็นประชามติของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลประชาธิปไตยของนางซูจี และทางกองทัพได้ยื่นเรื่องให้มีการสอบสวนการโกงเลือกตั้งกับกกต. แต่ทางกกต.ยืนยันว่าผลการเลือกตั้งบริสุทธิ์และยุติธรรมแล้ว
ทหารเข้าประจำการที่ศาลากลางในย่างกุ้งและศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต ทำให้สายโทรศัพท์ในพรรค NLD ถูกตัดขาด และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็กระทบหมด
โฆษกพรรค NLD กล่าวให้สัมภาษณ์สื่อรอยเตอร์ทางโทรศัพท์ว่า นางซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ประธานาธิบดีวี่นมหยิ่น และผู้บริหารพรรค NLD คนอื่นๆ ถูกควบคุมตัวไปตั้งแต่เช้าวันที่ 1 ก.พ.
“ผมอยากให้ประชาชนของเราอย่าตอบโต้กับเรื่องนี้และปฏิบัติตามกฎหมาย” เขากล่าว โดยเสริมว่า เขาเองก็อาจมีชะตากรรมเดียวกันคือถูกทหารควบคุมตัวไปหลังจากนี้
ทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดนรับทราบข่าวการจับกุมตัวนางซูจีแล้ว
“สหรัฐฯขอคัดค้านการกระทำใดๆเพื่อเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง หรือขัดขวางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของเมียนมา และจะมีปฏิบัติการต่อต้าน หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ”
รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่า “ รู้สึกกังวลเกี่ยวกับรายงานข่าวที่ว่า กองทัพเมียนมายึดอำนาจในเมียนมาอีกครั้ง” และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนางซูจีและคนอื่นๆทันที
ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า จับตามองสถานการณ์และยังไม่มีแผนจะให้ทูตญี่ปุ่นในเมียนมากลับประเทศ
ในสัปดาห์ที่แล้ว รถถังเข้ามาประจำการในถนนหลายสายและมีผู้ประท้วงที่สนับสนุนทหารเดินขบวนในหลายเมืองก่อนหน้าการประชุมสภานัดแรก ก่อให้เกิดความตึงเครียดทางการเมืองในเมียนมา และมีข่าวลือสะพัดว่าจะมีการทำรัฐประหาร แต่โฆษกกองทัพออกมาปฏิเสธว่าจะไม่มีการทำรัฐประหารและไม่มีการแทรกแซงการทำงานของสภาอย่างแน่นอน
แต่กองทัพดูจะมีม่าทีกลับลำในช่วงสุดสัปดาห์ โดยออกแถลงการณ์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ว่า “จะทำทุกอย่างเพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์และยุติธรรม”