วันพฤหัสบดี, 11 ตุลาคม 2561 11:37

“KANITA” เครื่องหนังเอกลักษณ์แห่งขนมไทย

ความคิดสร้างสรรค์คืออาวุธทางธุรกิจที่มีอานุภาพ และประสิทธิภาพอย่างมากทางการตลาด เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ต่างก็ให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ที่มีความแปลกใหม่ แต่สามารถนำมาใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน สามารถอัพรูปโชว์บนโลกโซเชี่ยลเนตเวิร์ก และสร้างความแปลกตาให้กับผู้ที่ได้พบเห็นด้วยความมีเอกลักษณ์

“คณิตา คนิยมเวคิน” สาวสวยมากความสามารถ ซึ่งมีไอเดียความคิดสร้างสรรค์โดยหยิบจับความเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับรูปลักษณ์ของขนมไทย มาผสมผสานเข้ากับงานประดิษฐ์เครื่องหนัง ซึ่งตัวเธอคุ้นชินในละแวกที่ทำงานได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์สุด “ว้าว” ที่สามารถ Startup ธุรกิจให้กับตัวเธอเองได้ภายใต้แบนรนด์ “KANITA” ซึ่งไม่ว่าผู้ใดได้พบเห็นเป็นต้องสะดุดตา และอดที่จะเข้าไปชื่นชมไม่ได้    

จุดเริ่มต้นธุรกิจ

คณิตา ในฐานะกรรมการและผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัท ดูคัมทีม จำกัด บอกถึงที่มาที่ไปแห่งจุดเริ่มต้นประกายไอเดียในการทำธุรกิจครั้งนี้ ว่า เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่ตัวเธอยังทำงานออฟฟิตเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดาตามปกติเหมือนกับผู้คนส่วนใหญ่ โดยที่ออฟฟิตของตัวเธออยู่ติดกับย่านที่ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับเครื่องหนัง ซึ่งตัวเธอจะต้องเดินผ่านทุกวันเวลาที่พักไปรับประทานอาหาร จนกลายเป็นการซึมซับเข้ามาสู่ตัวเธอโดยไม่รู้ตัว และชักนำตัวเธอให้ทดลองซื้ออุปกรณ์และเศษหนังมาทำเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ตัวเธอมีความคิดที่จะรังสรรค์ขึ้น

ทั้งนี้ ของประดิษฐ์ที่ตัวเธอสร้างสรรค์ขึ้นมาจะเป็นของขวัญ หรือของชำร่วยซึ่งเป็นงานทำมือ หรือแฮนด์เมด (Handmand) ที่ตัวเธอมักจะนำมาแลกกับเพื่อนในเทศกาลปีใหม่ หรือโอกาสพิเศษ โดยผู้ที่ได้รับของดังกล่าวเหล่านั้นไปก็มักจะชื่นชอบ

เมื่อเริ่มทำไปเรื่อยๆตัวเธอเองก็เริ่มสนุกกับสิ่งที่ทำเพิ่มมากขึ้น  โดยเริ่มทำเป็นพวงกุญแจจากเศษหนัง  และปกสมุดที่สามารถออกแบบได้ตามความต้องการของลูกค้า หรือออแกไนซ์ ซึ่งเป็นการแฮนด์เมดที่จะตอกชื่อของลูกค้าลงไปบนปกของสมุด โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีเป็นอย่างมาก ซึ่งในระหว่างนั้นตัวเธอเองได้ทำงานอดิเรกดังกล่าวนี้ควบคู่ไปกับงานประจำ

อย่างไรก็ตาม ในที่สุดตัวเธอเองก็ตัดสินใจที่จะลาออกจากการทำงานประจำมาทำธุรกิจเป็นของตนเองแบบเต็มตัว โดยเลือกที่จะสร้างคอนเซ็ปป์เพื่อสร้างแบรนด์ของตนเอง ประกอบกับที่ช่วงเวลานั้นมีโครงการประกวดงานหนึ่ง ซึ่งทำให้ตัวเธอตัดสินใจคิดคอนเซ็ปป์ผลิตภัณฑ์ของตัวเธอให้เป็นเครื่องหนังที่มีรูปลักษณ์แบบขนมไทย โดยตั้งใจให้มีความเป็นไทย เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์

“หลังจากที่เข้าร่วมโครงการจนได้รับรางวัล Demark จากการออกแบบ และได้มีการออกบูธแสดงสินค้าตามงานต่างๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์แบรนด์ KANITA  เริ่มเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น และมีการนำไปวางจำหน่ายตามสถานที่ต่างๆในระยะเวลาต่อมา”

เพิ่มความหลากหลายให้ผลิตภัณฑ์

คณิตา บอกต่อไปอีกว่า ช่องทางการทำตลาดของแบรนด์จะเป็นการนำผลิตภัณฑ์ไปฝากจำหน่ายตามสถานที่ต่างๆ ประกอบด้วย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ,มิวเซียมสยาม (Museum  Siam) ,โครงการล้ง 1919 (LHONG 1919) ,โครงการช่างชุ่ย (ChangChui) และล่าสุดที่ร้านเถ้าแก่น้อยแลนด์ (Taokaenoi  Land) สาขาเซ็นเตอร์พ้อยท์ ขณะที่หากเป็นพื้นที่นอกเขตกรุงเทพมหานครจะมีจำหน่ายที่ซีนสเปซ หัวหิน (Seenspace Huahin)  นอกจากนี้ยังมีช่องทางด้านออนไลน์ทั้งเฟสบุ๊ก (Kanitaleather) และอินสตราแกรม หรือไอจี (IG : imkanita) 

นอกจากนี้ยังมีการออกบูธตามงานแสดงสินค้าต่างๆ เช่น บ้านและสวนแฟร์  และงานที่เกี่ยวกับงานดีไซน์  เป็นต้น  อย่างไรก็ดี แผนการทำตลาดในอนาคตแบรนด์ยังมองไปถึงช่องทางในการนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายที่ต่างประเทศด้วย  โดยมีลูกค้าจากประเทศญี่ปุ่นให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จากการที่แบรนด์ได้ไปออกงานแสดงสินค้าตามงานต่างๆที่จัดขึ้น 

สำหรับกลยุทธ์ในการทำตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าของแบรนด์ในระยะต่อไป  จะมุ่งเน้นการทำผลิตภัณฑ์  หรือการออกแบบให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น  รวมถึงการเปิดศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์  หรือช็อปที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ของแบรนด์มาไว้ในที่แห่งเดียว  เพื่อความสะดวกสบายในการหาซื้อผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค

ไม่หยุดสร้างไอเดีย

คณิตา บอกอีกว่า กลุ่มลูกค้าของแบรนด์จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.คนไทยที่ซื้อผลิตภัณฑ์ไปใช้งานเอง  หรือซื้อเพื่อนำไปเป็นของขวัญ  และ2.กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ  โดยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “KANITA” นั้น  อยู่ที่การเป็นงานศิลปะที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง  ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  โดยมีการจดสิทธิบัตรอย่างถูกต้อง  และที่สำคัญเป็นงานแฮนด์เมดที่มีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย

“รายได้ของแบรนด์จะมีขึ้นและลงตามระยะเวลา  หรือสถาณการณ์ทางเศรษฐกิจ  โดยหากเป็นช่วงเทศกาลก็จะมีลูกค้าให้ความสนใจสั่งทำผลิตภัณฑ์ไปนำไปเป็นของขวัญ หรือของชำร่วยระดับพรีเมี่ยมเป็นจำนวนมาก  ซึ่งปีนี้เศรษฐกิจค่อนข้างดี  ดังนั้น  จึงเชื่อว่ารายได้ของบริษัทน่าจะสามารถทำได้ถึงหลักล้านบาท”

ด้านหลักคิดในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น  แบรนด์จะพยายามคิดหาไอเดียอยู่ตลอดเวลาเรื่องของการดีไซน์  พร้อมทั้งคำนึงถึงการใช้งารนของลูกค้าที่จะต้องใช้งานได้จริง  อีกทั้งยังมองไปถึงแนวโน้มในระยะข้างหน้าด้วยว่าผลิตภัณฑ์ที่ออกมาควรจะเป็นรูปแบบใดที่จะเหมาะสม  หรือจะกล่าวก็คือการไม่หยุดที่จะคิด  หรือสร้างสรรค์  เพราะตนมองว่าหากหยุดก็จะมีผู้ที่ทำตาม  หรือมีผลิตภัณฑ์ที่คลายคลึงกันออกมาจำหน่าย  เพื่อแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดของแบรนด์ได้

“การทำธุรกิจจะต้องไม่หยุดคิดที่จะสร้างสรรค์ เพราะโลกของธุรกิจสามารถเกิดคู่แข่งขันได้ตลอดเวลา หากเราไม่ก้าวเดินต่อก็อาจจะถูกตามทัน ดังนั้น แบนด์จึงพยายามที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย โดยเน้นเรื่องของการดีไซน์ ซึ่งจะต้องทำควบคู่ไปกับการคำนึงถึงประโยชน์ในการใช้งานได้จริงของผู้บริโภค และจะต้องมองแนวโน้มในอนาคตให้ออกว่าผลิตภัณฑ์รูปแบบใดจะเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้บริโภค”

Read 88 times

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com  คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ  รายได้สูง !!!

 

© สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.พ.ศ 2549 AEC10NEWS.COM