วันเสาร์, 05 ตุลาคม 2562 09:22

มหาเธร์ชี้ผู้นำฮ่องกงควรลาออก

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัดแห่งมาเลเซียระบุว่าแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกงควรลงจากตำแหน่งหลังจากมีการประท้วงต่อต้านรัฐบาลนานหลายเดือนในฮ่องกง

การต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงที่ขยายตัวลุกลามฉุดให้ฮับการเงินของโลกอย่างฮ่องกงจมดิ่งลงสู่วิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และถือเป็นการท้าทายครั้งสำคัญกับความนิยมในตัวประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนนับตั้งแต่เขาเข้าสู่อำนาจในปี 2555

ในการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ นายกฯมหาเธร์ระบุว่า ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง “ ต้องเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา และในเวลาเดียวกัน เธอก็ต้องถามสำนึกในใจของเธอด้วย ”

“สำนึกของเธอบอกว่า ประชาชนชาวฮ่องกงทำถูกต้องแล้วที่คัดค้านกฎหมาย แต่ในอีกแง่หนึ่ง เธอทราบถึงผลที่ตามมาของการคัดค้านกฎหมาย” ผู้นำมาเลเซียกล่าว “ แต่สำหรับผู้บริหาร ผมคิดว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือการลาออก”

นายกฯ มหาเธร์ยังระบุว่า เขาคาดการณ์ว่าจีนจะมีการดำเนินการกับผู้ประท้วง โดยพูดย้อนไปถึงเหตุการณ์การประท้วงของนักศึกษาที่จตุรัสเทียนอันเหมินในปี 1989

“ ใช่ ทางรัฐบาลยอมให้คุณเดินขบวนชุมุนุมและสุดท้ายแล้วในระบบที่เป็นอำนาจเผด็จการ พวกเขาจะกลับมาและทำสิ่งที่พวกเขาต้องทำ”  เขากล่าว

การประท้วงในฮ่องกงแรกเริ่มคือการคัดค้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่จะทำให้มีการส่งผู้ต้องหาไปพิจารณาคดีที่ศาลในจีน และตึงเครียดมากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.เป็นต้นมา แต่หลังจาก แคร์รี แลม ยอมถอนร่างกฎหมายนี้อย่างเป็นทางการแล้ว ผู้ประท้วงยังคงเรียกร้องข้ออื่นๆอีกรวมทั้งการเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ผู้ประท้วงสวมหน้ากากหลายพันคนเดินขบวนไปตามถนนหลายสายของฮ่องกงอีกครั้ง เนื่องจากมีรายงานข่าวว่ารัฐบาลฮ่องกงเตรียมใช้อำนาจตามกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินห้ามการสวมหน้ากากในที่สาธารณะเพื่อยุติการเดินขบวนประท้วง

ทั้งนี้ นายกฯ มหาเธร์ วัย 94 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำประเทศที่มีประสบการณ์มากที่สุด โดยท่านเคยเป็นนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียนานถึง 22 ปี ในปีที่แล้ว ท่านยุติช่วงเวลาเกษียณอายุของท่านมาลงเลือกตั้งอีกครั้ง และชนะการเลือกตั้งไปอย่างพลิกล็อก. 

Read 943 times

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com  คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ  รายได้สูง !!!

 

© สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.พ.ศ 2549 AEC10NEWS.COM