วันพฤหัสบดี, 29 สิงหาคม 2562 10:20

เวียดนามผงาดจากสงครามการค้า

สงครามการค้าที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐฯกับจีนกำลังจัดระเบียบใหม่ให้กับซัพพลายเชนทั่วโลก และเวียดนามอาจยืนเด่นเป็นผู้ชนะสำหรับนักลงทุน จากความเห็นของผู้บริหารอาวุโสของบริษัทลงทุนของสหรัฐฯ General Atlantic

Sandeep Naik ผู้บริหารภูมิภาคอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ General Atlantic  ระบุว่า เนื่องจากบริษัทอเมริกันจำนวนมากมีแผนย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้รับประโยชน์มากที่สุด

“ หากคุณมองที่ภาคส่วนอุตสากรรมรถยนต์และเคมีภัณฑ์ คุณจะเห็นการไหลออกของโอกาสในการผลิตที่มุ่งไปที่เวียดนาม”   เขากล่าว โดยเสริมว่า ประชาคมนักลงทุนจับตามองอย่างใกล้ชิดสำหรับจุดหมายปลายทางใหม่ในการลงทุนในภูมิภาค

General Atlantic มีทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ( 1.07 ล้านล้านบาท ) ที่บริษัทบริหารจัดการอยู่  โดยบริษัทลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงใน 4 ภาคส่วนหลัก  คือ ผู้บริโภค , บริการทางการเงิน , การดูแลสุขภาพและเทคโนโลยี

“ เรามองว่าเวียดนามเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจมากในจุดนี้”  Naik กล่าว “ เมื่อฐานการผลิตย้ายไปเวียดนาม จะมีการจ้างงานที่นั่นมากขึ้น ผู้คนมีรายได้สูงขึ้น นั่นจะเป็นการเริ่มต้นแนวโน้มการบริโภค”

ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งระบุว่าเวียดนาม ซึ่งส่งออกชิ้นส่วนโทรศัพท์ ,เฟอร์นิเจอร์ , เครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ จะผงาดขึ้นมาเป็นประเทศที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจากสงครามการค้า

เขาเสริมว่า มีโอกาสใหม่ๆสำหรับบริการทางการเงินด้วย โดยอธิบายว่าบริษัทผู้ผลิตที่ย้ายไปเวียดนามต้องการเครดิตด้านการเงิน

“ดังนั้น การให้เครดิตกับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง หรือให้เครดิตกับหน่วยการผลิตขนาดกลาง จะเป็นการหนุนให้อุตสาหกรรมการเงินเติบโต”  Naik ระบุ

แต่เขาย้ำว่านักลงทุนต้องเจอกับปัญหาอีกมาก หากมีการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม

“เราต้องมีคนช่วยนำทางเราเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ แต่หากคุณดูในส่วนเงินลงทุนจากต่างประเทศที่เกิดขึ้นในเวียดนาม คุณจะเห็นว่าเวียดนามเปิดประตูต้อนรับเรา”

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายเตือนว่าเวียดนามอาจมีความท้าทายอื่นๆรออยู่

เมื่อเร็วๆนี้ ประธานและซีอีโอของสหพันธ์ธุรกิจสหรัฐฯ - อาเซียนให้สัมภาษณ์สื่อ CNBC ว่าตลาดแรงงานในเวียดนามตึงตัวมาก  และนักลงทุนหลายรายกำลังมองหาหนทางย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นในอาเซียนแทน

ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศมหาอำนาจร้อนระอุขึ้น หลังจากจีนประกาศขึ้นภาษีใหม่อีกมูลค่า  75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับสินค้าอเมริกัน เพื่อตอบโต้ภาษีที่สหรัฐฯประกาศขึ้นในเดือนส.ค.

และเพื่อเป็นการโต้กลับจีน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่ารัฐบาลของเขาจะขึ้นภาษีมูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับสินค้าจีนเป็นอัตรา 30% จากเดิม 25% ในวันที่ 1 ต.ค. โดยเสริมว่า จะขึ้นภาษีกับสินค้าจีนมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ ในอัตรา 15% จากเดิม 10%.

Read 807 times

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com  คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ  รายได้สูง !!!

 

© สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.พ.ศ 2549 AEC10NEWS.COM