วันศุกร์, 07 มิถุนายน 2562 15:34

FTA ดันยอดส่งออก “อัญมณีไทย” พุ่งร้อยละ 659

หลังจากที่ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ประเทศ คู่ เอฟทีเอ ยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้านำเข้าอัญมณี และเครื่องประดับจากไทย ทำให้การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ เติบโตขึ้นอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบสถิติการส่งออกในปี 2561 กับปี 2535

โดยในปีที่ผ่านมาก่อนความตกลงเอฟทีเอฉบับแรกของไทยกับอาเซียนมีผลบังคับใช้ พบว่า มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับขยายตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 659 และหากพิจารณาเป็นรายตลาด พบว่าการส่งออกไปอาเซียนขยายตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึงร้อยละ 4,680 รองลงมาคือจีนขยายตัวร้อยละ 2,757 ส่วนประเทศอื่นๆ อาทิ เกาหลีใต้ขยายตัวร้อยละ 1,586 อินเดียขยายตัวร้อยละ 838 นิวซีแลนด์ขยายตัวร้อยละ 452 ออสเตรเลียขยายตัวร้อยละ 99 และญี่ปุ่นขยายตัวร้อยละ 72

ขณะที่ในปี 2561 อัญมณีและเครื่องประดับเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่มีมูลค่าส่งออกสูงถึง 11,977.9 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 4.74 ของยอดส่งออกทั้งหมด โดยตลาดส่งออกหลักและส่วนแบ่งตลาด ได้แก่ อาเซียน ฮ่องกง และสวิตเซอร์แลนด์ มีสินค้าส่งออกสำคัญ เช่น เครื่องประดับแท้ที่ทำด้วยเงินและทอง อัญมณีประเภทเพชร และพลอย เป็นต้น

สำหรับการส่งออกไปประเทศคู่เอฟทีเอ 18 ประเทศ (อาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลี และฮ่องกง) คิดเป็นร้อยละ 51.78 ของมูลค่าส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับรวมของไทย รวมมูลค่ากว่า 6,202.6 ล้านเหรียญสหรัฐ สอดคล้องกับสถิติปี 2561 ที่อัญมณีและเครื่องประดับเป็นสินค้าที่ผู้ประกอบการไทยขอใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออกเป็นอันดับต้นๆอาจกล่าวได้ว่าเอฟทีเอมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยสร้างแต้มต่อและเพิ่มโอกาสการแข่งขันให้กับผู้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ บอกว่า แม้คู่เจรจาของไทยในทุกกรอบเอฟทีเอ จะยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากไทยแล้ว แต่กรมฯ จะผลักดันการเจรจาในส่วนอื่นที่จะช่วยอำนวยความสะดวกการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเจรจากฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าให้สะท้อนรูปแบบกระบวนการผลิตสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในปัจจุบันที่ต้องการความยืดหยุ่น เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ผลิตสามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อความเหมาะสมด้านต้นทุน คุณภาพสินค้า และความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

อย่างไรก็ดี การเปิดตลาดภายใต้เอฟทีเอถือเป็นแต้มต่อสำคัญของผู้ประกอบการไทย แต่ที่ผ่านมาผู้ส่งออกอาจจะยังไม่ได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีขณะทำการค้ากับประเทศที่มีเอฟทีเอกับไทย ดังนั้นผู้ประกอบการไทยควรใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออก เพื่อให้สินค้าไทยมีความได้เปรียบคู่แข่ง

เนื่องจากผู้ส่งออกสามารถ นำไปขอลด หรือยกเว้นอากรขาเข้าจากประเทศปลายทาง ที่เป็นภาคีความตกลงเอฟทีเอกับไทยได้ โดยผู้ประกอบการสามารถปรึกษาเรื่องการใช้ประโยชน์จากความตกลงเอฟทีเอ กฎระเบียบทางการค้า มาตรการทางภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษี  กับ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อความเข้าใจสิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออกต่อไป

Read 2140 times

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com  คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ  รายได้สูง !!!

 

© สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.พ.ศ 2549 AEC10NEWS.COM