วันจันทร์, 07 พฤษภาคม 2561 09:23

สามรัฐมนตรีคลังอาเซียนเตือนเศรษฐกิจเสี่ยง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของ 3 ประเทศอาเซียน

ได้แก่ คาร์ลอส โดมินเกซ จากฟิลิปปินส์ ศรี มุลยานี อินทรา วาตี ของอินโดนีเซีย และวงศรี วิสุทธิ์ จากกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ไปในทิศทางของการแสดงความวิตกกังวลในทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียนกำลังเผชิญความเสี่ยง

ทั้งสามขุนคลังของอาเซี่ยนดังกล่าว ให้เหตุผลเช่นเดียวกันว่า ความเสี่ยงดังกล่าวมาจาก

หนึ่ง ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่ยังไม่คลี่คลายลงชัดเจน

และสองคือ การเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ในประเด็นแรก หากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป และจีนได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐฯ รวมถึงการถูกสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีนำเข้าเพื่อกีดกันสินค้าจากจีน กลุ่มประเทศอาเซียนจะได้รับผลกระทบไปด้วยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากอาเซี่ยนเป็นกลุ่มผู้ส่งออกหลักที่ป้อนวัตถุดิบเพื่อการผลิตให้กับจีน ดังนั้น หากจีนส่งออกได้น้อยลง ความต้องการวัตถุดิบเพื่อการผลิตของจีนจะลดลงไปด้วยโดยปริยาย และจีนก็เป็นตลาดการส่งออกหลักของกลุ่มประเทศอาเซี่ยนมานานนับสิบปีแล้ว รวมทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเติบโตอย่างเข้มแข็งในขณะนี้ ดังนั้น หากจีนชะงัก อาเซี่ยนจะมีปัญหา

นอกจากนั้น ทั้งสามขุนคลังของอาเซี่ยนยังกล่าวด้วยว่า แม้ว่า สงครามการค้าเต็มรูปแบบยังไม่มีแนวโน้มเกิดขึ้นในขณะนี้ หลังจากที่จีนและสหรัฐฯ เปิดการเจรจากัน และได้มีการตดลงกันในบางประเด็นในการเจรจาเมื่อวันที่ 3-4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีสตีเว่น มนูชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำการเจรจาของสหรัฐฯกับรัฐบาลจีน แต่เห็นชัดเจนว่า ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างกันได้ โดยสหรัฐฯยังยื่นข้อเรียกร้องให้กับจีนหลายประการ แต่ยังไม่มีท่าทีจากจีนว่า จะยอมรับกับข้อตกลงดังกล่าว รวมทั้งสหรัฐอเมริกาเองก็ยังไม่มีทีท่าที่จะยกเลิกการตั้งกำแพงกีดกันสินค้าจากรประเทศจีน

ในประเด็นที่สอง แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ซึ่งมีแนวโน้มที่เฟดจะเร่งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้ง ดั่งที่เฟดและตลาดเคยคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งหากเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่คาด อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นของสหรัฐอเมริกา จะส่งผลให้ต้นทุนทางการค้าของทั่วทั้งโลกเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งเงินลงทุนจากต่างประเทศที่หลั่งไหลเข้าสู่อาเซียนก่อนหน้านี้ อาจจะไหลกลับตามอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้น

รวมทั้งการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่าขึ้น จากการขึ้นดอกเบี้ย ก็จะยิ่งเร่งให้เงินทุนที่ทะลักเข้าลงทุนในอาเซี่ยนก่อนหน้านี้ ไหลกลับสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลต่อภาวการณ์ลงทุนในอาเซี่ยนให้อาจจะชะลอตัว

ถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของ 3 ขุนคลังอาเซี่ยนดังกล่าว ต่างให้ความวิตกและมีเหตุผลไม่ในทิศทางเดียวกันแบบมิอาจไม่รับฟังเลย

ที่เรากำลังเป็นห่วงก็คือ เศรษฐกิจของประเทศไทยเราเอง ที่ยังมีปัญหากับการลงทุนของภาคเอกชนที่ยังคงหดตัว(จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทยล่าสุด) ถ้าหากว่า ภาคเอกชนยังคงได้รับผลกระทบดังที่กล่าวมา เรากังวลว่า ภาคการลงทุนของเอกชนจะหดตัวมากกว่านี้

รัฐบาลไทยเตรียมพร้อมรับมือหรือยัง ?

Read 144 times

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com  คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ  รายได้สูง !!!

 

© สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.พ.ศ 2549 AEC10NEWS.COM