วันอาทิตย์, 01 กรกฎาคม 2561 10:54

มหาเธร์ฟื้นโครงการผลิตรถกับอินโดฯ Featured

นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัดแห่งมาเลเซียระบุว่าอินโดนีเซียเป็น ‘เพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดที่สุด’ ของมาเลเซีย  และชี้ให้เห็นถึง ‘ความสัมพันธ์แบบครอบครัว’ ระหว่างทั้งสองประเทศ

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมนายกฯมหาเธร์ระบุว่า เขาตัดสินใจเลือกอินโดนีเซียเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะเดินทางมาเยือนอย่างเป็นทางการ

ในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกันกับประธานาธิบดีโจโค วิโดโดที่เมืองโบกอร์ อินโดนีเซียเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ดร.มหาเธร์ยังได้ระบุถึงความเป็นไปได้ที่จะปัดฝุ่นรื้อฟื้นโครงการเก่าที่เคยเสนอว่าจะมีการผลิตรถยนต์ร่วมกันระหว่างมาเลเซีย - อินโดนีเซียเพื่อส่งขายในตลาดอาเซียน

“ ย้อนไปในปี 2558 เราได้มีการปรึกษาหารือในโครงการที่จะผลิตรถยนต์ร่วมกันในอินโดนีเซียและมาเลเซียสำหรับตลาดประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ไม่ได้มีการติดตามผลต่อมา ตอนนี้เรากำลังหาทางที่จะรื้อฟื้นโครงการขึ้นมาใหม่”   นายกฯมหาเธร์ ซึ่งอยู่ในระหว่างทริปการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน”

ผู้นำมาเลเซียกล่าวว่า ความคิดนี้เกิดขึ้นเมื่อเขาทดสอบรถยนต์แบรนด์โปรตรอนในมาเลเซียเมื่อเดือนก.พ.ปี 2558 โดยมีประธานาธิบดีโจโค วิโดโดนั่งเคียงข้างเขา

“ ผมไม่ได้เป็นนายกฯแล้วตอนนั้น”   มหาเธร์กล่าว “ ผมขับรถด้วยความเร็ว 180 ก.ม./ชั่วโมง บนสนามเซปัง ท่านประธานาธิบดี ( โจโค วิโดโด)  ไม่ว่าอะไรเลยสักคำ ”

โดยประธานาธิบดีโจโควี่ระบุว่า เขาจำการทดสอบรถครั้งนั้นได้ และเสริมว่า เขาไม่มีเหตุผลที่ต้องกังวลเพราะผู้ที่อยู่หลังพวงมาลัยเป็นดร.มหาเธร์  “ ผมไม่กลัว เพราะคนขับคือท่านมหาเธร์ ”  เขากล่าว

นอกเหนือจากความเป็นไปได้ที่จะร่วมมือในโครงการผลิตรถยนต์ร่วมกัน  ผู้นำทั้งสองคนยังตกลงที่จะประสานความร่วมมือในหลายเรื่อง

“ ผมได้คุยกับท่านมหาเธร์และคณะผู้แทน ประเด็นคือเรามีข้อผูกพันที่เหมือนกันที่จะยกระดับความร่วมมือของเราในระบบการจัดการที่ดี เพื่อกำจัดคอร์รัปชั่น เชื่อมโยงกันและประเด็นพรมแดนที่เรามีการพูดคุยกันในการกระชุมระดับกระทรวง”  ประธานาธิบดีโจโควี่กล่าว

มหาเธร์ยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่มาเลเซียและอินโดนีเซียจะร่วมมือกันรับมือกับนโยบายการต่อต้านน้ำมันปาล์มจากยุโรป

“ การส่งออกน้ำมันปาล์มไปยุโรปกำลังมีความเสี่ยง และเราเราควรร่วมมือกันเพื่อตั้งรับกับคำกล่าวหาที่ว่า การปลูกปาล์มน้ำมันทำให้เกิดการเผาป่า และส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม”   เขากล่าว

สหภาพยุโรปพยายามกำจัดน้ำมันปาล์มออกจากประเภทเชื้อเพลิงที่ใช้ในการคมนาคม โดยเมื่อช่วงต้นเดือนมิ.ย. ส.ส.ของอียูลงมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาของคำสั่งแบนออกไปถึงปี 2573 จากเดิมคือปี 2564

ดร.มหาเธร์กล่าวว่าฝ่ายค้านของยุโรปพิจารณาว่าเรื่องนี้มีความเกี่ยวพันทางเศรษฐกิจมากกว่าผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการปลูกปาล์มน้ำมัน โดยเขาแย้งว่า ยุโรปเองตอนนี้ไม่มีพื้นที่ป่ามากนักเพราะต้นไม้ส่วนใหญ่ถูกตัดไปหมดแล้ว

“ อย่างไรก็ตาม เมื่อเราต้องการพื้นที่เพาะปลูกปาล์มที่ใหญ่ขึ้น พวกเขาก็คัดค้าน”

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโจโควี่ขอให้มาเลเซียพิจารณาคำขอของอินโดนีเซียเพื่อพัฒนาโรงเรียนให้ลูกๆของแรงงานชาวอินโดฯที่ทำงานในมาเลเซีย

โดยเขายังได้พูดถึงความจำเป็นสำหรับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแก้ไขประเด็นพรมแดนอีกด้วย.

Read 93 times

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com  คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ  รายได้สูง !!!

 

© สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.พ.ศ 2549 AEC10NEWS.COM