วันอาทิตย์, 20 พฤษภาคม 2561 08:31

โจโควี่ให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนหลังเหตุก่อการร้าย

เพื่อเป็นการให้ความเชื่อมั่นกับนักลงทุนทางธุรกิจ ประธานาธิบดีโจโค วิโดโดแห่งอินโดนีเซียย้ำถึงภารกิจการต่อสู้กับการก่อการร้าย โดยเขาสนับสนุนให้มีการฟื้นฟูหน่วยพิเศษทางทหารขึ้นมาใหม่

โดยการพูดคุยพร้อมคณะรัฐมตรีในระหว่างการประชุมกับนักธุรกิจเมื่อเย็นวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจโคแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับแนวคิดของผู้ก่อการร้ายที่เลวร้ายถึงขนาดบังคับให้ครอบครัวและเด็กต้องกลายเป็นเครื่องมือในการก่อการร้าย โดยเขาอ้างถึงคดีการโจมตีของผู้ก่อการร้ายล่าสุดในสุราบายา และ Sidoarjo ทางชวาตะวันออก

“ รัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรกำลังทำงานร่วมกันเพื่อให้แน่ใจว่ากฎหมายปราบปรามการก่อการร้ายจะลุล่วงสมบูรณ์ ”  เขาระบุในสุนทรพจน์

“ และรัฐบาลยังอยู่ในกระบวนการสร้างหน่วยปฏิบัติการพิเศษผสมเพื่อป้องกันรักษาความปลอดภัยอีกด้วย ”

คำพูดของเขาเป็นการยืนยันคำพูดของอดีตผู้บัญชาการทหารก่อนหน้านี้ว่า ประธานาธิบดีโจโคแสดงท่าทียินยอมให้มีการฟื้นฟูหน่วยปราบปรามการก่อการร้ายขึ้นมาใหม่ โดยหน่วยงานนี้ จะเป็นการรวมตัวกันของหน่วยรบพิเศษทหารบก หน่วยทหารเรือพิเศษ และหน่วย Bravo 90 ของกองทัพอากาศซึ่งมีการเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนไหวทันทีเมื่อเกิดภัยการก่อการร้ายขึ้น

โดยหน่วยรบพิเศษผสมก่อตั้งขึ้นในปี 2558 ที่มี Moeldoko รับตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม หน่วยปฏิบัติการพิเศษนี้ถุูกระงับไปในสมัยนายพล Gatot Nurmantyo

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ประธานาธิบดีโจโคย้ำว่า ปฏิบัติการพิเศษทางทหารจะทำหน้าที่ในสถานการณ์ที่เกินขีดความสามารถของตำรวจแห่งชาติในลักษณะของมาตรการป้องกัน ซึ่งเขากล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญมากกว่าการเฝ้าระวังอดกลั้น

“ มาตรการป้องกันที่ดีที่สุดคือการทำความสะอาดสถาบันการศึกษา ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมหาวิทยาลัย และพิ้นที่สาธารณะ และการชุมนุม เพื่อให้พ้นจากการถูกล้างสมองจากกลุ่มก่อการร้าย ”  ผู้นำอินโดนีเซียกล่าว

เหตุก่อการร้ายในสุราบายา และ Sidoarjo ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 25 ราย ทั้งมือระเบิดฆ่าตัวตายเองและเด็กคนอื่นๆ และทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 41 คน

จากสถานการณ์ที่กำลังเลวร้าย ทำให้อินโดนีเซียประสบกับแรงกดดันภายนอก เนื่องจากค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงท่ามกลางดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ธนาคารกลางอินโดนีเซียประกาศปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25 เป็น 4.5%  เมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา

มีเงินรูเปียห์อย่างน้อย 37.18 ล้านล้านรูเปียห์ หรือราว 85,166 ล้านบาทในพอร์ทการลงทุนที่ถูกถอนออกไปจากตลาดการเงินในอินโดนีเซียตั้งแต่ 2 ม.ค. - 11 พ.ค.ปีนี้ อ้างอิงจากข้อมูลของบลูมเบิร์ก

เนื่องจากธนาคารกลางหยุดมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน จึงอาจไม่มีปัจจัยอื่นที่จะหนุนเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ซึ่งมีการเติบโต 5.06% ต่อปี ในไตรมาสแรก  นอกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยขับเคลื่อนการบริโภค  Rosan P. Roeslani ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมกล่าว หลังจากเข้าร่วมในการประชุมเมื่อวันที่ 18 พ.ค.กับประธานาธิบดีโจโค

“ เราได้ยินว่า นายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัดแห่งมาเลเซียยกเลิกภาษีสินค้าและบริการ (GST) อัตรา 6% เราไม่ได้ขอรัฐบาลมากถึงขนาดนั้นแต่เราหวังให้มีการยกเว้นภาษีเป็นการชั่วคราวเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ ”  เขากล่าว

Bhima Yudhistira Adhinegara นักเศรษฐศาสตร์ที่สถาบันพัฒนาเศรษฐศาสตร์และการเงินกล่าวว่า รัฐบาลควรใช้งบประมาณอุดหนุนเพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาการส่งออกโภคภัณฑ์ธรรมชาติอย่างมากของอินโดนีเซียลง.

Read 112 times

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com  คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ  รายได้สูง !!!

 

© สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.พ.ศ 2549 AEC10NEWS.COM