วันพฤหัสบดี, 07 มิถุนายน 2561 17:19

บอลโลกเงินไม่สะพัดเหมือนก่อน

ทุกครั้งที่โลกมีมหกรรมด้านการกีฬา ไม่ว่าจะเป็นรายการโอลิมปิคฤดูร้อน ฟุตบอลโลก หรือแม้แต่ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ที่เมืองไทย…กิจกรรมต่อเนื่องจากมหกรรมกีฬาดังกล่าว จะพรั่งพรูและถูกนำมาต่อยอดธุรกิจการค้าในหลากหลายภาคส่วน ด้วยหวังจะใช้กลยุทธ์ "สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง" นี้ มาสร้างกำลังซื้อและกระตุ้นยอดขายในหลากหลายสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างคึกคัก

แต่ไม่ใช่รายการฟุตบอลโลก 2018 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 14 มิ.ย. - 15 ก.ค. 2561 ณ ประเทศรัสเซีย

แม้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยหลายตัวจะเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้น แต่หลายฝ่ายโดยเฉพาะแกนหลักภาคเอกชน อย่าง คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย ซึ่งนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธาน กกร. ที่เปิดแถลงต่อหน้าสื่อมวลชน ภายหลังการประชุมร่วมฯ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยเขายอมรับว่า…แม้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวดีขึ้น คาดการณ์จีดีพีปี 61 จะเติบโต 4.8% แต่การขยายตัวก็เป็นไปในลักษณะของการ "กระจุกตัว" อยู่กับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ชนิดไม่มีการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก เช่น กลุ่มเอสเอ็มอี เกษตรกร และพนักงาน-ลูกจ้าง ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่และสำคัญสุดของระบบเศรษฐกิจไทย อย่างที่ควรจะเป็น

สิ่งนี้สะท้อนภาพ "รวยกระจุก จนกระจาย" ในยุครัฐบาล คสช. ได้ชัดเจนอย่างที่สุด!

ช่วงเวลาเดียวกัน ที่ ม.หอการค้าไทย โดยนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดแถลงผลการสำรวจ "ค่าใช้สอยบอลโลก 2018" โดยคาดว่า ช่วงระยะเวลา 1 เดือนของฟุตบอลโลกหนนี้ ระบบเศรษฐกิจไทยน่าจะมีเงินสะพัด 78,000 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าวงเงินเมื่อ 4 ปีก่อน ที่มีสูงถึง 95,154 ล้านบาท

โดยบางส่วนของเม็ดเงินจำนวนนี้ ไหลอยู่ในระบบเศรษฐกิจของไทยเพียงแค่ 17,901 ล้านบาท ที่เหลือส่วนใหญ่ 58,995 ล้านบาท กลายเป็นเม็ดเงินที่ถูกนำไปใช้จ่ายกับการพนันฟุตบอล ซึ่งถือเป็นวงจรนอกระบบ ที่ไม่ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจไทยสักเท่าใด

ทำให้คาดหมายว่า เม็ดเงินจากการจัดกิจกรรมการตลาดต่อเนื่องจากมหกรรมฟุตบอลโลกหนนี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 2561 ได้เพียงแค่ 0.2-0.3% เท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ประเมินอีกว่า เม็ดเงินที่จะไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ แยกเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคและอุปกรณ์เพื่อการสื่อสาร 15,434 ล้านบาท, รายจ่ายเพื่อซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และวัสดุอุปกรณ์รับสัญญาณอีก 2,467 ล้านบาท ที่เหลือ 1,488 ล้านบาท เป็นรายจ่ายในส่วนอื่นๆ

สิ่งหนึ่งที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจฯมองไม่เห็นก็คือ กิจกรรมที่ขาดหายไป หรือยังคงมีอยู่ แต่ขนาดกิจกรรมกลับเล็กลงจนน่าใจหาย นั่นคือ การดึงเอาภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างฟุตบอลโลก 2018

หากยังจำกันได้ ช่วง 2-3 เดือนก่อนหน้าจะเข้าสู่มหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลกในแต่ละครั้ง สื่อมวลชนบางแห่งได้จับมือกับภาครัฐและเอกชนนับสิบราย ประกาศความพร้อมจัดกิจกรรมร่วมสนุกทายผลการแข่งขันชิงเงินรางวัลและสิ่งของต่างๆ รวมกันหลายสิบล้านบาท

เพียงเพื่อจะมีส่วนร่วมสนุกกับการทายผลการแข่งขันในวันสุดท้าย ว่าที่สุดแล้ว…

ทีมชาติใด? จะได้เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกหนนี้

บางสื่อใช้หน้าหนังสือพิมพ์ของตัวเองเป็นคูปองร่วมสนุก บางสื่อร่วมมือกับบริษัทไปรษณีย์ไทย จัดทายผลการแข่งขัน จนยอดขายไปรษณียบัตรสำหรับการทายผลการแข่งขันพุ่งกระฉูดนับหลายร้อยล้านฉบับ

แต่สิ่งนั้น แทบจะมองไม่เห็นในมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 นี้

สะท้อนให้เห็น…อำนาจการซื้อของคนไทยที่เหลือน้อยลง ขณะที่ภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะในกลุ่มรัฐวิสาหกิจหรือภาคเอกชนเอง ต่างตกพุ่มม่ายอย่างเดียวกัน นั่นคือ "รายได้ลดลง กำไรหดหาย" หากขืนและฝืนเดินหน้าลุย "สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง" แบบไม่ดูทิศทางและแนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภคแล้ว

โอกาสเจ็บตัวหนักก็มีสูงทีเดียว!!!

ถึงตรงนี้ คงไม่ต้องบอกนะว่า…เศรษฐกิจในยุคสมัยนี้ "ดีขึ้นหรือตกต่ำลง" จึงไม่แปลกใจแต่อย่างใด หากมหกรรมฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้ จะอยู่ในสถานการณ์ที่มีอาจสร้างภาวะ "เงินสะพัด" ได้เหมือนครั้งก่อนๆ

ลองล้วงเงินในกระเป๋าตัวเองดู ก็จะรู้คำตอบนี้เอง!!!.

Read 53 times

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com  คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ  รายได้สูง !!!

 

© สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.พ.ศ 2549 AEC10NEWS.COM