วันจันทร์, 14 มกราคม 2562 17:49

คลังแจกเหรียญพระคลังรุ่น 3 Featured

ธนารักษ์ ผลิตเหรียญพระคลังรุ่น 3 เสร็จแล้ว พร้อมแจกผู้สูงอายุที่สละเบี้ยยังชีพ ยันผลิตจำนวนจำกัดเพียง 5 แสนเหรียญเท่านั้น ด้านคลัง ยิ้มแกล้มปริ ดันคนจนพ้นเส้นขีดความยากจนได้ 1 ล้านคน

“อภิศักดิ์” ยิ้มแก้มปริ โครงการฝึกอบรมผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประสบความสำเร็จ ทำให้คนจนที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อปี มีรายได้มากกว่า 3 หมื่นบาท เพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านคน ส่วนคนที่มีรายได้มาก กว่า 3 หมื่นบาท แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท มีรายได้เกิน 1 แสนบาทถึง 1 แสนคน พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ แจกเหรียญ ”พระคลัง รุ่น 3” มอบให้คนชราที่เข้าร่วมโครงการการสละสิทธิ์เบี้ยผู้สูงอายุ

“ธนารักษ์ได้ดำเนินการจัดสร้างพระคลังรุ่น 3 เสร็จแล้ว และได้ส่งมอบให้ พม.ไปเรียบร้อยแล้ว จำนวน 500,000 เหรียญ”  นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมรักษ์ กล่าวและกล่าวว่า การผลิตเหรียญดังกล่าว มีจำนวนจำกัด และยังไม่ได้ปลุกเสกแต่อย่างใด

ขณะที่ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ภายในเดือนม.ค.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติดำเนินโครงการสละ สิทธิ์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 600-1,000 บาทต่อเดือน เพื่อนำไปมอบให้แก่ผู้ถือบัตรฯ ที่จนและชรา ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 4 ล้านคน โดยในแต่ละปี รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุทั่วประเทศ 70,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9-11 ล้านคน

“ที่ผ่านมา เราได้เสนอให้ ครม.ดำเนินโครงการนี้ไปแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยในรอบปีนี้ จะทำใหม่ จึง ครม.ขอให้กระทรวงการคลังดำเนินการเอง โดยจะร่วมมือสมาคมธนาคารไทยเพื่อให้ประชาชนสามารถแสดงความ จำนงสละสิทธิ์ได้สะดวกและง่ายมากขึ้น โดยโครงการจะเริ่มดำเนินตั้งแต่เดือนก.พ. เป็นต้น ซึ่งในช่วงเดือนก.พ.และมี.ค. จะมีโปรโมชั่นพิเศษ หากผู้สูงอายุสละสิทธิ์เบี้ยยังชีพจะได้รับเหรียญพระคลัง รุ่น3”

ส่วนผลการสำรวจโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ถือบัตรฯ 11.4 ล้านคน เข้าฝึกอบรมเพื่อพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีผู้ถือบัตรฯ จำนวน 4 ล้านคน แสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการนั้น พบว่าผู้ถือบัตรฯ กลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี เมื่อได้รับการฝึกอบรมหรือพัฒนาอาชีพแล้ว มีรายได้มากกว่า 30,000 บาทต่อปี จำนวน 1 ล้านคน จากที่ฝึกอบรมทั้งหมด 2 ล้านคน ขณะที่ กลุ่มคนที่มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาทแต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีนั้น มีรายได้เกินกว่า 100,000 บาทต่อปี จำนวน 100,000 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก โดยกระทรวงการคลังจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่อต่ออายุโครงการอีก 6 เดือน หลังจากที่สิ้นสุดโครงการแรกเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว

“โครงการฝึกอาชีพดังกล่าว ได้รับการตอบรับจากประชาชนที่ถือบัตรฯ เป็นอย่างดี โดยปีที่แล้ว มีผู้ถือบัตรฯ เข้าร่วมโครง การประมาณ 4 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นคนยากจน และมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน หรือมีรายได้ 30,000 บาทต่อปี ถึง 2 ล้านคน และเมื่อผ่านการฝึกอบรมไปแล้ว คนกลุ่มนี้ มีรายได้มากขึ้น และพ้นเส้นความยากจนถึง 1 ล้านคนหรือคิดเป็น 50% ทำให้ผมคิดว่า ควรจะทำโครงการนี้ต่อไปอีก 1 รอบ โดยมีระยะเวลาอบรม 5 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนก.พ.-มิ.ย. ซึ่งคาดว่า จะใช้งบประมาณ 18,000 ล้านบาท หรือเดือนละ 3,000 ล้านบาท”

สำหรับโครงการฝึกอบรมที่จะเสนอให้ ครม.พิจารณานั้น กระทรวงการคลังจะเสนอให้ผู้ที่บัตรฯ ที่ผ่านการอบ รมรอบที่แล้วประมาณ 4 ล้านคน เข้าฝึกอบรมอีกครั้งเป็นรอบที่ 2 เพื่อพัฒนาอาชีพให้มีฝีมือและรายได้มากขึ้น โดยยอมรับว่า ในจำนวนที่ลงชื่อฝึกอบรม 4 ล้านคนนั้น ปีที่แล้ว หน่วยงานรัฐเและธนาคารเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ฝึกอบรมไม่ครบ ขาดไป 1 ล้านคน

เนื่องจากศักยภาพของหน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถรอบรับความต้องการของผู้ถือบัตรฯ ได้ทั้งหมด ในรอบนี้ จึงกำชับให้ผู้ถือบัตรฯ ที่ยังไม่ได้ฝึกอบรมต้องเข้าฝึกอบรมให้หมด ส่วนผู้ถือบัตรที่ต้องการฝึกอบรมเป็นรอบที่ 2 ก็สามารถฝึกอบรมซ้ำได้ ส่วนที่เหลืออีก 7.4 ล้านคนที่ไม่ได้แสดงความจำนงฝึกอบรมก็จะไม่มีเข้าร่วมโครงการในรอบนี้

“ขอยืนยันว่า การเปิดฝึกอบรมรอบที่ 2 ซึ่งจะทำจนถึงเดือนมิ.ย.นั้น เนื่องจากเป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์ต่อประชาชน ขณะที่ รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารงานก็สามารถสานต่อโครงการได้ ซึ่งอาจมีความคิดดีๆ หรือนโยบายใหม่ๆ ก็ปรับปรุบเปลี่ยนแปลงได้” รมว.คลัง กล่าวในที่สุด.

Read 798 times

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com  คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ  รายได้สูง !!!

 

สถิติเว็บไซต์

5116042
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
5473
17656
99438
348097
5116042

© สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.พ.ศ 2549 AEC10NEWS.COM