วันอังคาร, 04 ธันวาคม 2561 18:45

ครม.ไฟเขียว “ช็อปช่วยชาติ” Featured

ครม.ไฟเขียว มาตรการ “ช็อปช่วยชาติ” ลดหย่อนภาษี 15,000 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.จนถึงวันที่ 16 ม.ค.62 คาดสูญรายได้ 1,600 ล้านบาท กรมสรรพากรย้ำผู้ผลิตยางและร้านค้ายางรถยนต์ ต้องปฏิบัติตามระเบียบ หากพบการทุจริตจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมฯ เป็นห่วงว่า ผู้ผลิตและบริษัทค้าปลีกที่จำหน่ายยางล้อรถยนต์อาจจะทุจริตได้ จึงกำกับว่า ดำเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบที่กำหนด กรมสรรพากรจะลงโทษตามกฎหมายทันที

วันที่ 4 ธ.ค.2561 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพากรเสนอมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมเกษตรชุมชนและทุนมนุษย์ หรือมาตรการช็อปช่วยชาติ โดยกำหนดให้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าซื้อสินค้าไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยต้องซื้อระหว่างวันที่ 15 ธ.ค.2561 ถึงวันที่ 16 ม.ค.2562 ซึ่งในกรณีผู้มีเงินได้จ่ายค่าซื้อสินค้าในช่วงเวลาดังกล่าวทั้ง 2 ปีภาษี จะได้รับลดหย่อนตามที่จ่ายจริงในแต่ละปีภาษีแต่รวมกัน 2 ปีภาษีแล้ว ต้องไม่เกิน 15,000 บาท

ทั้งนี้ ค่าซื้อสินค้าที่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้มี 3 ประเภท ดังนี้ 1. ยางล้อรถยนต์ ยางล้อรถจักรยานยนต์ และยางล้อรถจักรยานที่ซื้อจากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งได้ซื้อยางล้อดังกล่าวจากผู้ผลิตที่ซื้อวัตถุดิบยางจากการยางแห่งประเทศไทย โดยผู้เสียภาษีต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปและต้องมีเอกสารการซื้อวัตถุดิบยางจากการยางแห่งประเทศไทย

2.สินค้าจากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน โดยต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าเป็นใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปและต้องระบุว่าเป็นรายการซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) และ 3.หนังสือรวมถึงหนังสือที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) แต่ไม่รวมถึงนิตยสารและหนังสือ พิมพ์ โดยต้องซื้อจากผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลและต้องมีหลักฐานการซื้อสินค้าเป็นใบเสร็จรับ เงินหรือใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป

นายปิ่นสาย กล่าวว่า มาตรการดังกล่าว คาดว่าจะสูญเสียรายได้ประมาณ 1,600 ล้านบาทลดลงมาตร การช็อปช่วยชาติของปีก่อน ที่สูญเสียรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท  เนื่องจากมาตรการปีนี้ กำหนดรายการสินค้าที่เข้าร่วมโครงการเพียง 3 ประเภทเท่านั้น

ประเด็นที่เราเป็นห่วงมากที่สุดคือ ยางล้อรถยนต์ เพราะมั่นใจว่าจะได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากซึ่งมาตรการนี้ ยอมรับว่า ต้องเปิดกว้าง เพื่อให้ประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนยางล้อรถยนต์ สามารถซื้อยางล้อรถยนต์ภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ แต่จะนำยางล้อรถยนต์ใหม่ ไปเปลี่ยนกับยางล้อรถยนต์เก่าเมื่อไหร่ก็ได้ เนื่องจากยางล้อรถยนต์มีกำหนดอายุการใช้งานที่ชัดเจน

ส่วนเอกสารที่ออกจากการยางแห่งประเทศไทย หรือคูปอง กรมสรรพากรได้สั่งพิมพ์คูปองดังกล่าวไว้ 200,000 ใบ ซึ่งจะพิมพ์เสร็จภายในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ และสามารถพิมพ์เพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ของโรงงานไพ่ กรมสรรพสามิตซึ่งมีระบบควบคุมและป้อง กันการปลอมแปลงอย่างดี โดยประชาชนที่เปลี่ยนยางล้อรถยนต์ 1 เส้น จะได้รับคูปอง 1 ใบ หากเปลี่ยน 4 เส้น จะได้รับคู ปอง 4 ใบ แต่นำมาลดหย่อนภาษีไม่เกิน 15,000 บาท

“มาตรการซื้อยางล้อรถยนต์นั้น จะใช้ยางล้อรถยนต์ที่ใช้วัตถุดิบคือ ยางพาราภายในประเทศเท่านั้น ยางล้อรถยนต์ที่ผิดจากต่างประเทศจะไม่สามารถเข้าร่วมรายการได้”

ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมสรรพากรได้หารือกับผู้ผลิตยางรถยนต์ภายในประเทศประมาณ 20 ราย โดยขอร้องให้ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด หากปลอมแปลงเอกสาร หรือนำคูปองไปขายต่อ หรือขายยางล้อรถยนต์ที่ผลิตจากต่างประเทศมาสวมเป็นยางล้อรถยนต์ในประเทศ กรมสรรพากรจะเอาผิดและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกในทันที โดยยางพารา 1 ตัน ผลิตเป็นล้อยางรถยนต์ได้ 100 เส้น ผลิตเป็นล้อยางจักรยานและจักรยายนต์ได้ 500 เส้น ซึ่งขณะนี้ มีผลิตการผลิตล้อยางจากยางพาราของการยางแห่งประเทศไทยหลายตัน ดังนั้น คูปองจะเพียงพอกับความต้องการอย่างแน่นอน

นายปิ่นสาย กล่าวว่า มาตรการภาษีดังกล่าว จะส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศ โดยจะก่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ผ่านการอ่านหนังสือ ตลอดจนช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง อันสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และแนวทางการปฏิรูปประเทศได้.

Read 270 times

ติดต่อเรา

สนใจร่วมงานกับเรา Aec10news.com  คลิ๊กติดต่อเรา รับซื้อ..รายงาน สกู๊ป บทความ  รายได้สูง !!!

 

สถิติเว็บไซต์

5116395
Today
Yesterday
This Week
This Month
All days
5826
17656
99791
348450
5116395

© สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.พ.ศ 2549 AEC10NEWS.COM